สหประชาชาติเริ่มลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าสู่ฉนวนกาซา หลังอิสราเอลและกลุ่มฮามาส “พักรบ” รอบล่าสุด ตามข้อตกลงกับอียิปต์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ว่าสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ( ยูนิเซฟ ) ออกแถลงการณ์ว่า คาราวานรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่ส่วนใหญ่คืออาหารแห้ง เชื้อเพลิง น้ำสะอาด และยารักษาโรค เดินทางข้ามจุดผ่านแดนเคเรม ชาลอม จากอิสราเอลเข้าสู่ฉนวนกาซา ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา หลังอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยอมรับเงื่อนไขของอียิปต์ เพื่อสงบศึกรอบล่าสุดในฉนวนกาซา ที่สู้รบกัน 11 วัน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 250 ราย โดย 12 รายอยู่ในอิสราเอล รวมแรงงานไทยด้วย 2 ราย
 
ขณะที่องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) เรียกร้องอิสราเอลและกลุ่มฮามาสจัดตั้ง “เขตปลอดภัย” เพื่อให้มีการอพยพและรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 2,000 คน  ด้านรัฐบาลปาเลสไตน์รายงานว่า บ้านเรือนมากกว่า 1,800 หลัง ยังไม่สามารถให้ประชาชนกลับเข้าไปอาศัยได้ เนื่องจากต้องมีการบูรณะก่อน ส่วนบ้านเรือนอีกประมาณ 1,000 หลัง พังราบเป็นหน้ากลองจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากปีกขวาจัดในพรรคลิคุด จากการสั่งยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา “ทันที” หลังยอมรับเงื่อนไขของอียิปต์ กล่าวปกป้องการตัดสินใจของตัวเอง ว่าอิสราเอลไม่ใช่ผู้จุดชนวนความรุนแรงครั้งนี้ แต่ได้ทำลายกลุ่มฮามาสในระดับรุนแรงและหนักหน่วงอย่างแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งการทำลายอุโมงค์เป็นระยะทางยาวกว่า 100 กิโลเมตร และการสังหารสมาชิกกลุ่มฮามาสและเครือข่ายรวมมากกว่า 200 ราย ในจำนวนนี้ 25 เป็นระดับผู้บัญชาการ
 
ดังนั้น หากกลุ่มฮามาสมองว่า อิสราเอลหยุดยิงเพราะหวาดหวั่นกับจรวดจากฉนวนกาซา “ถือว่าคิดผิด” เพราะหากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก อิสราเอลไม่เคยลังเล ” ที่จะตอบโต้อย่างทันควันและหนักหน่วง” ต่อมานายอิสมาอิล ฮานิเยาะห์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮามาส กล่าวว่า “ศึกครั้งนี้คือการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่แห่งชัยชนะ” และเชื่อมั่นว่า กลุ่มฮามาสจะยังคงได้รับความสนับสนุนจากชาวปาเลสไตน์