ดูบอลออนไลน์ : คาร์ราเกอร์ชี้อะไรคือจุดเปลี่ยนทำเฮนเดอร์สันเป็นคนกล้าชน

ดูบอลออนไลน์ : คาร์ราเกอร์ชี้อะไรคือจุดเปลี่ยนทำเฮนเดอร์สันเป็นคนกล้าชน เจมี่ คาร์ราเกอร์ ระบุ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ จอร์แดน เอนเดอร์สัน มีนิสัยกล้าหาญเหมือนอย่างปัจจุบันคือการที่เขาเคยกล้ามีปากเสียงกับ หลุยส์ ซัวเรซ หลังจากตอนนี้ เฮนเดอร์สัน กำลังจะช่วยให้ “หงส์แดง” ได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดกองหลีงของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าการที่ จอร์แดน เฮนดอร์สัน เคยทะเลาะกับ หลุยส์ ซัวเรซ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ เฮนเดอร์สัน มีลักษณะนิสัยแบบไม่กลัวใครจนมาถึงทุกวันนี้

เฮนเดอร์สัน เคยให้สัมภาษณ์กับ คาร์ราเกอร์ ว่าสมัยก่อนเขาเคยทะเลาะกับ ซัวเรซ ในการซ้อม ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะคืนดีกันได้และร่วมงานด้วยกันอย่างราบรื่น โดยถึงแม้ ซัวเรซ จะย้ายออกจาก “หงส์แดง” ไปแล้ว แต่ เฮนเดอร์สัน ก็ยังอยู่กับทีมต่อจนถึงขั้นได้เป็นกัปตันทีม และกำลังช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

คาร์ราเกอร์ กล่าวถึงเรื่องพัฒนาการของ เฮนเดอร์สัน ระหว่างจัดรายการร่วมกับ แกรี่ เนวิลล์ อดีตยอดแบ็กขวา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ของตัวเองว่า “เมื่อราว 6 เดือนก่อนเขาให้สัมภาษณ์กับฉัน และมีช่วงหนึ่งที่เขาพูดถึงปฏิกิริยาหรือการทะเลาะนิดหน่อยกับ หลุยส์ ซัวเรซ เพราะเขาคิดว่าการกระทำบางอย่างของนักเตะบางคนมันแทบจะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ไม่ว่านักเตะคนนั้นจะเป็นคนที่เก่งรึเปล่าก็ตาม”

“เขาทะเลาะ (กับ ซัวเรซ) นิดหน่อย แต่มันก็ไม่ใช่การทะเลาะที่ร้ายแรงอะไรหรอกนะ พวกเขาทะเลาะกันในการซ้อมนิดหน่อย และฉันก็คิดว่า -ช่าย ฉันชอบเรื่องนี้มากๆ- เพราะว่าตอนนั้น หลุยส์ ซัวเรซ นับเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของเรา เขากับ สตีวี่ เจอร์ราร์ด และ หลุยส์ อารมณ์เสียจากจังหวะที่เขาจ่ายบอลหรืออะไรประมาณนั้น”

“การที่เขากล้ายืนเถียงกับคนอื่นทั้งที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงเด็กที่อายุเพียง 20 หรือ 21 ปี มันแสดงให้เห็นถึงตัวตนของเขาอย่างมาก และแสดงให้เห็นด้วยว่าเขาผ่านเรื่องต่างๆ มามากแค่ไหน อารมณ์เขาประมาณว่า -ฉันไม่สนใจอีกต่อไปแล้วโว้ย ฉันจะทะเลาะกับนักเตะที่เก่งที่สุดของสโมสรถ้าหากเขาหาเรื่องกลับใส่ฉัน- เขาแสดงให้เห็นถึงบุคลิกแบบนั้นตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่มาอยู่กับทีม”

“มันมีหลักฐานอยู่แล้วว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เคยพยายามปล่อยเขาไปอยู่กับ ฟูแล่ม ซึ่งเขาก็หัวเสียกับเรื่องนั้นมากๆ เขาไม่ยอมรับมันง่ายๆ เขาสู้กลับ และนั่นเป็นบุคลิกของเขา ผมคิดว่าถ้าคุณมีบุคลิกแบบนั้น, มีนิสัยแบบนั้นอยู่ในตัวคุณแล้วล่ะก็ คุณก็จะได้รับรางวัลในท้ายที่สุด ซึ่งรางวัลของเขาก็คือการที่กำลังจะได้เป็นกัปตันทีมของ ลิเวอร์พูล คนแรกในรอบ 30 ปีที่ได้ชูถ้วยแชมป์ลีก แถมยังเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย”