ดูหนังการ์ตูน ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ เรื่องราวที่ต่อเนื่องทันทีจากฉบับอนิเมะซีรีส์ เมื่อก๊วนเพื่อนของทั้ง ทันจิโร่ และ เนซึโกะ ได้รับภารกิจให้ไปสืบสวนหาสาเหตุการหายตัวไปของผู้คนบนขบวนรถไฟสู่นิรันดร์ พวกเขาจึงได้รู้ว่าบนขบวนรถไฟลำนี้มีอสูรทรงพลังซ่อนตัวอยู่ แต่คราวนี้พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันตามลำพัง เพราะเสาหลักแห่งไฟ เรนโงคุ ได้เข้าร่วมศึกด้วย นี่จึงกลายเป็นการต่อสู้เพื่อช่วยเหลือผู้คนบริสุทธิ์บนขบวนรถไฟแห่งฝันร้าย

Kimetsu no Yaiba หรือรู้จักกันดีในไทยในชื่อ ดาบพิฆาตอสูร เดิมเป็นผลงานมังงะที่ลงในนิตยสารเด็กผู้ชายยอดนิยมอย่าง จัมป์รายสัปดาห์ ที่ก่อให้เกิดกระแสความฮิตเกินคาดด้วยยอดขายในฉบับหนังสือรวมกว่า 44 ล้านเล่ม และมียอดขายไลท์โนเวลทั้ง 2 เล่มรวมถึง 1.2 ล้านเล่ม ด้านเพลงเปิดซีรีส์เองก็ฮิตมากเช่นกัน เพราะเพลง Gurenge ก็ทำยอดจำหน่ายแผ่นไปกว่า 100,000 ก็อปปี้ด้วย

ซึ่งจะว่าไปนั่นก็นับเป็นข้อเสียใหญ่ ๆ ข้อเดียวที่นึกออกของตัวหนัง เพราะเมื่อลองทำหัวแบบคนไม่เคยอ่านมังงะ ไม่เคยดูแอนิเมะ ไม่รู้จักอะไรมาก่อนเลยแล้วมาดูหนังเรื่องนี้ รับรอง ไม่อิน และอาจขัดใจบางอย่างเอาเสียด้วยซ้ำ ด้วยตัวเนื้อหานั้นมีดราม่าใหญ่ ๆ ที่ติดตามตัวละครหลักมาตั้งแต่ต้นด้วย และหนังก็เลือกจะเล่าต่อแบบไม่ย้อนความใด ๆ มากนัก ไม่ว่าจะปมครอบครัวของตัวเอกอย่างทันจิโร่ ทำไมน้องสาวอย่างเนซึโกะถึงเป็นอสูร และตัวละครอื่น ๆ ทำไมถึงมีบุคลิกประหลาด ๆ มากมายอย่างนั้น

การเปิดตัวละครสำคัญแบบให้แค่แฟนคลับเข้าใจก็พอ ด้วยบุคลิกประหลาด ๆ ของตัวละครทั้งหลาย
ตรงนี้คงต้องบอกเลยว่าคุณอาจจะพอมาจูนเข้าใจเรื่องเอาในโรงได้บ้าง แต่คุณจะไม่เข้าใจอารมณ์ของมันจริง ๆ เช่นความเศร้าเสียใจของตัวเอกที่สูญเสียครอบครัว ความห่วงใยที่มีต่อน้องสาว ความสำคัญของเสาหลักและอสูรข้างขึ้น และอีกหลาย ๆ อย่าง แล้วพาลอาจไม่ชอบใจไปเสียมากกว่า แนะนำไปหามังงะ/แอนิเมะดู หรืออย่างน้อยให้เพื่อนที่ดูเล่าให้ฟังก็ยังดีครับ

เนซึโกะร่างเด็กที่น่ารักน่าชัง น่าหยิกแก้มมาก ๆ ซึ่งใครไม่เคยดูมาก่อน งงเต็ม ๆ กับตัวละครนี้แน่นอน
สำหรับใครที่ไม่ติดปัญหาดังกล่าว ก็ต้องบอกเลยว่านี่คือหนังที่สร้างมาเซอร์วิสแฟนมากถึงมากที่สุด ทุกอย่างที่เคยชอบหรือเป็นจุดเด่นในฉบับแอนิเมะ ก็ถูกนำมาใช้แล้วขยายให้ว้าวขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะฉากแอ็กชันที่อัดมันกันเน้น ๆ ยาว ๆ ด้วยว่าตัวเนื้อหาในฉบับหนังนี้ก็คัดเอามาแต่ที่จะส่งให้บทแอ็กชันเป็นส่วนใหญ่ทั้งนั้นไม่ว่าจะการต่อสู้กับอสูรรถไฟที่เรียกว่าไม่ต้องมีปี่มีขลุ่ยใด ๆ เข้าเรื่องไวมาก (ถึงบอกว่าใครไม่รู้เรื่องมาก่อนมีงงแหง)

และบอกได้เลยว่าอสูรรถไฟเป็นเพียงน้ำจิ้มให้ครึ่งหลังยิ่งมันกระชากวิญญาณยิ่งกว่า ซึ่งฉากการต่อสู้บนรถไฟไอน้ำที่เป็นเวทีหลักของหนังในครั้งนี้เองก็แปลกใหม่ น่าตื่นเต้น เมื่อปลุกเร้าเหยาะปรุงรสด้วยเหยื่อคนบริสุทธิ์กว่า 200 ชีวิตที่เป็นตัวประกัน แถมด้วยดราม่าขับเน้นงาม ๆ ของฝั่งตัวละครหลัก ตัวละครประกอบที่ล้วนถูกชะตากรรมและความชั่วช้าของอสูรล่อลวงอย่างน่าเวทนา

ดีไซน์ฝั่งอสูรยังน่าจดจำเสมอ ยิ่งอสูรรถไฟมีพลังสะกดให้หลับควบคุมฝันได้อีกยิ่งปูทางให้ขยี้ปมดราม่าในอดีตได้ด้วย ลงตัวกับการเล่าขยายเรื่องมาก ๆ
เมื่อประกอบกับภาพมุมกล้องเท่ ๆ ลายเส้นและกราฟิกสวย ๆ และเพลงประกอบสุดเร้าใจ ในระดับชั้นยอดที่เคยตราตรึงผู้ชมแอนิเมะมาแล้ว นี่คืองานที่ค่าย Ufotable ที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์จัดเป็นงานชิ้นโบว์แดงของปีนี้ได้เลย

ข้อปัญหาที่พึงสังเกตสำหรับหนังก็คือ สำหรับคนที่อ่านมังงะรู้เรื่องราวล่วงหน้าแล้วนั้น ก็เสียอรรถรสไปมากอยู่เหมือนกันเพราะจะสปอยล์ตัวเองให้ไม่ทันอิ่มกับรสอารมณ์ต่าง ๆ ในช่วงท้าย อีกประการก็เป็นเรื่องที่ว่าเมื่อเส้นเรื่องน้อย (ปราบอสูรบนรถไฟจนสำเร็จเท่านั้น แล้วใช้แฟลชแบ็กอดีตตัวละครขายเรื่องราวเอา) และระดมฉากแอ็กชันเอาใจแฟนมาก ๆ ก็จะเกิดปัญหามากเกินไปที่น่าเบื่อ มันก้มีบางช่วงที่รู้สึกเริ่มชินกับความมันของฉากแอ็กชันต่าง ๆ จนดีกรีความเร้าใจลดลง แม้หนังจะฉลาดในการสลับดราม่ามาแทรกทำร้ายจิตใจเราเป็นระยะก็ตาม ก็เป็นจุดเสียเล็กน้อยที่พอจับได้ โดยอาจไม่นับพวกมุกตลกแบบการ์ตูนญี่ปุ่นที่บางทีก็เบาปัญญาเกินไปสำหรับเด็กโตหรือผู้ใหญ่นะ เพราะพอเข้าใจได้ว่ามีกลุ่มเด็กเล็กเป็นฐานแฟนมากเหมือนกัน

และใครที่สนใจจะเริ่มติดตามดาบพิฆาตอสูรบ้างแล้ว ก็ต้องขอยั่วน้ำลายว่าจุดเด่นประการสำคัญ อยู่ที่เนื้อหาของดาบพิฆาตอสูรที่เป็นเสน่ห์มาแต่เดิม คือความขัดแย้งที่ไม่น่าเข้ากัน แต่อยู่ด้วยกันแล้วเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนจดจำ ไม่ว่าจะเป็นลายเส้นที่ดูอ่อนช้อย มุกตลกที่ชวนให้รู้สึกไม่จริงจัง แต่พอเป็นฉากแอ็กชันหรือฉากความรุนแรงก็ดุเข้มมันกระจายแบบไม่น่าเชื่อว่าเป็นหนังเด็กดู (ฉากคนตายจัดว่าน่ากลัวไม่เบานะ)

สองคู่หูคู่ฮาที่ยิงมุกถี่เสียเหลือเกิน ขำบ้างแป้กบ้าง แต่ก็เป็นมุกประเภทเอาใจเด็กเป็นสำคัญ
ในขณะที่การออกแบบตัวละครต่าง ๆ ก็ดูประหลาด บางทีก็แฟนซีจนล่องลอยไร้สาระ ทว่าพอจับดราม่าก็กระแทกกระทั้นหัวใจ ทำน้ำตาไหลได้ไม่รู้ตัว เป็นผลงานที่ฉลาดในการจับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ทั้งหมดต้องชื่นชมไปตั้งแต่อาจารย์ โคโยฮารุ โกโตเกะ ที่เขียนฉบับมังงะ จนถึงค่าย Ufotable ที่จับความพิเศษมาสานต่อบนภาพเคลื่อนไหวได้กันเลยทีเดียว

โดยสรุป คงบอกได้ว่า Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train เป็นหนังแอนิเมะขนาดยาวร่วม 2 ชั่วโมงที่กลั่นแน่นไปด้วยอารมณ์ทั้งมัน ทั้งขำ ทั้งซึ้ง ทั้งเศร้า ทั้งน้ำตาไหล เส้นเรื่องอาจไม่ได้ขยับขยายการรับรู้เดิมไปได้ไกลมากนัก แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญชนิดที่ว่าจะดูแอนิเมะซีรีส์ซีซันต่อไปไม่รู้เรื่องได้เลยทีเดียว ดังนั้นสำหรับแฟนคลับแล้วจัดเป็น Must See อย่างช่วยไม่ได้ แต่หากใครหวังจะมาทำความรู้จักเอาครั้งแรกจากหนังเรื่องนี้คงขอเตือนว่าจะเป็นแผลใจไปเสียเปล่า ๆ และแน่นอนแม้แอนิเมะและมังงะจะเป็นขวัญใจเด็กเล็กเด็กโตส่วนใหญ่ ทว่าด้วยความรุนแรงด้านภาพและเนื้อหาที่หนักพอสมควร ก็คงต้องเตือนผู้ปกครองที่มีเด็กเล็กว่าอาจต้องนั่งประกบดูไปด้วยกันเพื่อแนะนำน้อง ๆ ด้วยนั่นเอง